อัพเดตข่าวสารผ่านทาง Line ไม่ตกหล่นทุกข่าวสำคัญ
Add friend ที่ ID : @korballthai

พรรษา-เหมวิบูลย์

เปิดประวัตินักฟุตบอลไทย : พรรษา เหมวิบูลย์

ก่อนจะเป็นช้างศึก : พรรษา “จากแข้งโรงเรียนวัดสู่ภูผาหินทีมชาติไทยยุคใหม่” กองหลังวัย 26 ปีมีเส้นทางชีวิตค้าแข้งเป็นอย่างไร เขาเป็นใครมาจากไหน ก่อนเข้าสู่ทัพช้างศึก ติดตามได้ที่นี่


ปฐมบทแห่งทัพช้างศึกยุคใหม่ได้ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบียจะพาทีมบุกไปพ่าย ทีมชาติอุซเบกิสถาน 2-0 ในเกมกระชับมิตร ภายใต้ปฏิทินฟีฟ่าเดย์ วันที่ 6 มิถุนายน ที่ผ่านมา..

แน่นอนว่าเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวัง แต่ขณะเดียวกันหากมองภาพรวมต้องบอกว่าทำได้ไม่เลว โดยเฉพาะ เกมรับที่มีวินัยมากขึ้น รวมถึงผู้เล่นหน้าใหม่ที่โชว์ฟอร์มได้ดี หนึ่งในนั้นคือ พรรษา เหมวิบูลย์​ ว่าที่กองหลังอนาคตใหม่ของทีมชาติไทย

พรรษา เหมวิบูลย์ หรือ โย่ง เป็นชาวจังหวัดจันทบุรี ด้วยความที่ครอบครัวฐานะยากจน เขาต้องศึกษาโรงเรียนวัดมาตลอด ไล่ตั้งแต่ช่วงอนุบาล 1 ถึง ประถมศึกษาปีที่ 3 กับ โรงเรียนวัดโบสถ์บางกะจะ ต่อด้วยช่วง ประถมศึกษาปีที่ 4 ถึง 6 กับ โรงเรียนวัดสิงห์ แต่สถานที่เหล่านี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลของเขา ซึ่งเจ้าตัวเล่นจริงๆจังๆตั้งแต่อายุประมาณ 9 ขวบ

หลังจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 “โย่ง” เข้าศึกษาต่อระดับมัธยมที่ โรงเรียนเบญจมานุสรณ์ ด้วยความเก่งกาจเชิงลูกหนัง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะครอบครัวให้การสนับสนุนมาตั้งแต่เด็กๆ ทำให้เจ้าตัวติดเป็นผู้เล่นทีมจังหวัดจันทบุรี อยู่เป็นประจำ กระทั่งวันหนึ่งลงทีมอุ่นเครื่องกับ กรุงเทพคริสเตียน เขาโชว์ฟอร์มได้ดีจนถูกสถานบันดังกล่าวดึงตัวไปร่วมทีม และศึกษาอยู่ที่นั่นตั้งแต่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ถึง 6 นอกจากเป็นการแต่งเติมความฝันที่อยากเข้ามาลับศาสตร์ลูกหนังในเมืองหลวงแล้ว เขายังภูมิใจที่ได้แบ่งเบาภาระให้ครอบครัวที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียน

จากนั้น พรรษา เหมวิบูลย์ ก็ใช้ความสามารถของตัวเองที่มีเข้าศึกษาต่อที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโควต้าช้างเผือก และมีโอกาสเริ่มต้นเล่นฟุตบอลอาชีพครั้งแรกกับ จามจุรี ยูไนเต็ด ในดิวิชั่น 2 ด้วยวัยเพียงแค่ 21 ปีเท่านั้น และมันยิ่งทำให้เขาภูมิใจมากกว่าเดิม เมื่อเงินเดือนครั้งแรกที่ได้รับประมาณ 10,000 กว่าบาท เขามอบให้พ่อและแม่นำไปใช้จ่ายในครอบครัวทันที

พรรษา เหมวิบูลย์​ โชว์ฟอร์มได้อย่างแข็งแกร่งกับ จามจุรี ยูไนเต็ด ก่อนที่ปี 2014 ถูก ทีโอที เอสซี คว้าตัวไปร่วมทัพ ก้าวจากลีกภูมิภาคสู่ลีกสูงสุดครั้งแรก โดยอยู่กับทีมได้ 2 ปี ก่อนที่ฤดูกาล 2016 เขาจะย้ายไปอยู่กับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด น้องใหม่ในดิวิชั่น 1 ทว่าต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ไม่คาดคิดที่นั่นเมื่อทีมถูกระงับสิทธิ์กลางคัน แต่ฟ้าหลังฝนสวยงามเสมอ เมื่อก่อนเปิดฤดูกาล 2017 เขาได้รับโอกาสครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต หลัง ถูกยักษ์ใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต่อสายตรงดึงไปร่วมทัพแบบไม่น่าเชื่อ

สมัยค้าแข้งกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด

“ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกเลยครับ ช็อคมากครับ ไม่คิดว่าเขาจะโทรมา ตอนนั้นยังถามตัวเองอยู่เลยครับว่าจริงหรอ แต่ก็ไม่รอครับ เขาว่าไงก็ไปเซ็นเลยในเมื่อโอกาสมาแล้ว ปลายปีก็ไปซ้อมครับ รู้สึกกดันมากเพราะเป็นทีมใหญ่ ไม่รู้ว่าจะไปเบียดคนอื่นได้ยังไง แต่ก็คิดอย่างเดียวว่าก้มหน้าทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดครับ”

จากการมุ่งมั่นทำงานหนัก เพียงแค่นัดที่ 2 ของฤดูกาล พรรษา เหมวิบูลย์ ก็ได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงนัดแรกให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนับแต่นั้นเป็นต้นมาไม่น่าเชื่อว่าแนวรับโนเนมรายนี้จะกลายเป็นหนึ่งในกองหลังตัวหลัก ทั้งภายใต้ระบบแนวรับ 4 ราย และ 3 ราย ลงสนามไปทั้งหมด 13 นัดจาก 16 เกมแรก ก่อนถูก มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนใหม่ ทีมชาติไทย เรียกติดทัพช้างศึกชุดใหญ่เป็นครั้งแรก หลังจากก่อนหน้านี้เคยติดเพียงแค่นักเรียนไทย 18 ปี และ ทีมชาติไทย ชุด ม.อาเซียน เท่านั้น

“ตอนนั้นไม่คาดคิดเลยครับ เพราะปีที่แล้วผมยังเล่นอยู่กับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ในดิวิชั่น 1 และมาอยู่กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในปีนี้ ผมไม่รู้เลยว่ากระแสข้างนอกแฟนบอลชื่นชมผมยังไง ผมแค่โฟกัสไปที่การทำงานหนักของตัวเอง ก็ดีใจครับที่โค้ชคนใหม่ (มิโลวาน ราเยวัช) เห็นค่าเรา ก็รู้สึกว่าโอกาสมันเข้ามาเร็วมากๆครับ”

เจ้าโย่ง ในสีเสื้อของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

อย่างไรก็ตามแม้ พรรษา เหมวิบูลย์ จะมองว่าโอกาสจะเข้ามาเร็วแต่เขาก็ไม่ปล่อยให้มันผ่านไป เมื่อตลอดการเก็บตัวที่ เกียรติธานี คันทรี คลับ เขายังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นทำงานหนัก และเจ้าของส่วนสูง 190 ซม. ที่มีจุดเด่นในการอ่านเกมที่แม่นยำ โดดเด่นลูกกลางอากาศ พิชิตใจ มิโลวาน ราเยวัช สำเร็จ ติดเป็น 22 ขุนพล เดินทางไปอุ่นเครื่องกับ ทีมชาติอุซเบกิสถาน ที่สำคัญยังได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงครบ 90 นาที สุดท้ายพ่ายไป 2-0 แต่ “โย่ง” ก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ได้รับคำชมมากที่สุด

พรรษา เหมวิบูลย์ กล่าวถึงการลงสนามในนามทีมชาติไทยนัดแรกว่า “พอใจฟอร์มส่วนตัวแค่ระดับหนึ่งครับ โดยรวมยังมีข้อผิดพลาด ยังไม่ดีและน่าจะดีได้กว่านี้ครับ”

“ผมเล่นกองหลัง ผมคิดเสมอว่าถ้าไม่เสียประตู นั่นคือประสบความสำเร็จ แต่เกมนี้ก็ถือว่าใช้ได้ครับ เพราะเราเพิ่งรวมตัวกัน จากนี้ต้องเอาจุดบกพร่องกลับไปแก้ไขครับ และเกมนี้ผมให้ตัวเองแค่ 5 เต็ม 10 เท่านั้นครับ”

พรรษา-เหมวิบูลย์-ทีมชาติไทยสรีระไม่เป็นรองฝรั่ง และสู้ได้สบาย

จากความสำเร็จในวันนี้.. พรรษา เหมวิบูลย์ ยังไม่ลืมระลึกถึงคนบนฟ้าอย่าง คุณพ่อกฤติภาส เหมวิบูลย์ ที่เป็นเบื้องหลังสำคัญที่สุดในชีวิตว่า “ตอนพ่ออยู่ พ่ออยากเห็นความสำเร็จของผม อยากเห็นผมเติบโตขึ้นเป็นนักฟุตบอลอาชีพ อยากเห็นผมเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ เขาเคยพูดเสมอว่าเมื่อไหร่จะติดทีมชาติ พ่ออยากเห็นผมติดทีมชาติตั้งแต่เด็กๆครับ ผมว่าความสุขของเขาคือการเห็นผมเล่นฟุตบอลครับ”

“วินาทีที่ติดทีมชาติ ผมบอกตรงๆว่าช็อคมากครับ ผมนึกถึงพ่อขึ้นมาทันที ถ้าตอนนี้พ่ออยู่ พ่อคงดีใจมากๆครับ ที่วันนี้ผมก้าวลงสนามในฐานะนักฟุตบอลทีมชาติได้สำเร็จ และมันเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตของผมรวมถึงครอบครัวครับ”

“จากนี้ผมจะทำงานหนักต่อไป ทำงานให้หนักขึ้นไป เพื่อรักษาโอกาสตรงนี้ไว้ครับ”

รู้หรือไม่

พรรษา เหมวิบูลย์ เริ่มเล่นฟุตบอลในตำแหน่งผู้รักษาประตู หลังเห็นว่าดูเด่นกว่าใครในสนามเพราะสีเสื้อไม่เหมือนเพื่อนร่วมทีม แต่ก็ไม่รุ่ง ก่อนเปลี่ยนมาเล่นเป็นกองหน้า, กองกลางตัวรับ กระทั่งมาค้นพบตำแหน่งที่ดีที่สุดคือกองหลัง สมัยย้ายมาศึกษาที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน

– พรรษา เหมวิบูลย์ เล่าว่าครอบครัวเขายากจนมาก พ่อแม่มีอาชีพเจียระไนเพชร ค่าใช้จ่ายไม่พอไหนจะเป็นค่าห้องเช่า และลูก 3 คนซึ่งเขาเป็นน้องคนสุดท้อง มีพี่ชายคนโต และ พี่สาวคนกลาง ทำให้พี่ชายคนโตถึงขั้นที่ต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาทำงานและทุ่มเททุกสิ่งอย่างให้กับเขากระทั่งวันนี้ภูมิใจทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

– พรรษา เหมวิบูลย์ มีส่วนสูงถึง 190 ซม. ส่วนหนึ่งเขาบอกว่าอาจเป็นเพราะฐานะของที่บ้างก็เป็นได้ ซึ่งทำให้คนเขากินนมแทนข้าวมาตั้งแต่เด็กๆ แต่ไม่ใช่นมที่ซื้อแต่เป็นนมฟรีที่โรงเรียนแจก

– พรรษา เหมวิบูลย์ มีไอดอลลูกหนังคือ อภิวัฒน์ งั่วลำหิน กองหลังที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี หลังเป็นรุ่นพี่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และชื่นชอบมาตั้งแต่ตอนนั้น เนื่องจากเป็นผู้เล่นแนวรับประเภทเชิงบอลสูง ใช้สมองเล่นมากกว่าพละกำลัง อีกทั้งนอกสนามยังเป็นแบบอย่างที่ดี

– พรรษา เหมวิบูลย์ มีทริคก่อนลงสนามคือจะนั่งสมาธิทุกครั้งใช้เวลาประมาณ 5 นาทีอยู่กับตัวเอง และหายใจเข้า พุธ ออก โธ เพื่อทำจิตใจให้สงบ

– พรรษา เหมวิบูลย์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นที่เรียบร้อย ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นอีกหนึ่งนักฟุตบอลแบบอย่างที่ดีที่ไม่ทิ้งการเรียน

– พรรษา เหมวิบูลย์ เป็นคนที่หลงไหลในรถมากๆ เขาชอบแนวคลาสสิคอย่าง โฟล์กสวาเกน และ เวสป้า ซึ่งปัจจุบันก็ใช้อยู่


ข้อมูลส่วนตัว

ชื่อ-นามสกุล : พรรษา เหมวิบูลย์
ว.ด.ป. เกิด : 8 กรกฎาคม 2533 (อายุ 27 ปี)
สถานที่เกิด : จันทบุรี, ประเทศไทย
ส่วนสูง : 190 ซ.ม.
ตำแหน่ง : กองหลัง
สโมสรปัจจุบัน : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
เบอร์เสื้อ : 3


สโมสรเยาวชน
2002-2007 : กรุงเทพคริสเตียน
2008-2011 : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


สโมสรอาชีพ 
2012–2013 : Chamchuri United 17 นัด (0 ประตู)
2014–2015 : TOT 27 นัด (0 ประตู)
2016 : Khonkaen United 18 นัด (4 ประตู)
2017 : Buriram United 17 นัด (0 ประตู)


ทีมชาติ 
2017 : ทีมชาติไทย 3 นัด (0 ประตู)


ข้อมูลอ้างอิง
– wiki thailand
– FA Thailand

พูดคุย

พูดคุย