สกู๊ป : ชัยชนะของ “เชลซี” ในวันเก๋ากว่า

Hot Score

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวานนี้มีโอกาสนั่งดูฟุตบอลคู่แรกของพรีเมียร์ลีกระหว่างเรือใบสีฟ้า “แมนฯ ซิตี้” ที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของสิงห์บลูส์ “เชลซี” ซึ่งเป็นแมตช์ที่ส่วนตัวตั้งใจดูมาก เพราะเกมนี้ไม่ใช่แค่การดวลกันของนักเตะระดับพันล้านของทั้งสองทีมเท่านั้น แต่เป็นการประชันกึ๋นของสองกุนซือที่เก่งที่สุดคนนึงในชั่วโมงนี้เลยทีเดียวซึ่งเป็น ทีมเยือนที่บุกมาจมเรือ 3-1

คือ “เป็ป กวาร์ดิโอล่า” กับ “อันโตนิโอ คอนเต้” ซึ่งทั้งคู่ให้ลูกทีมเล่นในแผนที่ใช้กองหลัง 3 คนเป็นเซนเตอร์ หรือระบบฟุตบอล 3-4-3 จุดนี้เป็น “คอนเต้” ที่ได้เปรียบกว่า เพราะเป็นคนชอบทำฟุตบอลระบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ชนิดที่ว่ายอมเปลี่ยนการเล่นของเกมรับของทีมที่เล่นระบบหลัง 4 คนมาตลอดเพื่อใช้ระบบหลัง 3 คน

627347710

ขณะที่ “เป็ป” เองอาจจะเน้นหลักการ วิธีการเล่นภายใต้พื้นฐานแบบฟุตบอลแบบเท้าสู่เท้าจากพื้นฐานแนวคิด Tiki-Taka ตั้งแต่อยู่กับบาร์เซโลน่า แต่เรื่องของการเล่นเกมรับหรือการทำเกมรับ ไม่ใช่จุดเด่นของเจ้าตัวเหมือนทำทีมให้เล่นเกมรุก ดังนั้นจะเห็นว่าฟอร์มของทีมไม่ค่อยสม่ำเสมอเท่าไหร่ เพราะก่อนหน้านี้อย่าง 2 เกมล่าสุดให้ลูกทีมเล่นกองหลัง 4 คนแล้วดันมาเปลี่ยนมาเล่นกองหลัง 3 คนในนัดนี้เพื่อ????

โอเค “เป็ป” อาจจะมีเหตุผลว่าการใช้ระบบเดียวกันสู้กับเชลซี จะทำให้ทีมไม่เสียเปรียบ แต่ต้องอย่าลืมว่า การที่นักเตะต้องเปลี่ยนแผนจากยืนตำแหน่งแบบเดิมในนัดก่อนหน้านี้และนัดหน้าต้องเปลี่ยนวิธีการ เป็นใครก็มีลูกมึนกับตัวเองว่า ต้องเล่นแบบไหนเนี่ย…

627347302

เรื่องต่อมาถือว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ “แมนฯ ซิตี้” แพ้คาบ้าน คือแนวรับของทีมมีจุดบอดอย่าง“ความเชื่องช้า” ทั้ง “นิโกลัส โอตาเมนดี้” “จอห์น สโตนส์” และ “อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ” แถมรายของ “สโตนส์” อย่างที่เคยเขียนไว้หลายครั้งว่ารูปร่างดี สูงใหญ่แต่เล่นบอลเหมือนเป็นคนซื่อ ด้วยอายุที่ไม่มาก พอมาเจอพวกแนวรุกรอบจัดๆระดับพระกาฬของ “เชลซี” ไม่ว่าจะ “ดิเอโก้ คอสต้า” “เอด็อง อาซาร์” หรือ “วิลเลี่ยน” ที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาต้นครึ่งหลังถือว่าเป็นการตัดสินใจของ “คอนเต้” ที่พาทีม “ชนะ” เลยทีเดียว

ถึงแม้ “เชลซี” จะถูกยิงนำไปก่อนในครึ่งแรก แต่พอครึ่งหลัง “คอนเต้” ให้ลูกทีมพยายามดึงกองหลังของ “แมนฯ ซิตี้” ดันขึ้นมา แล้วให้มิดฟิลด์โยนบอลข้ามมิดฟิลด์ใส่กองหลังที่มีจุดบอดอยู่แล้วของเจ้าบ้าน จึงเป็นเหตุให้ทีมสามารถตีเสมอได้เพียงแค่ 15 นาทีแรกของครึ่งหลัง

627369038

แน่นอนถึงตอนนั้นในฐานะเจ้าบ้าน ลูกทีมของ “เป็ป” ต้องพยายามเปิดเกมรุกมากขึ้น เพราะหวัง 3 แต้มบวกกับมั่นใจว่ายิง “เชลซี” ได้แน่เหมือนที่เคยยิงนำไปในครึ่งแรก จึงกลายเป็นบอลเข้าทางของ “คอนเต้” ที่ถนัดฟุตบอลเกมรับและสวนกลับ

จึงเป็นเหตุให้ลูกที่ 2 และลูกที่ 3 มาจากการสวนกลับ โดยความเร็วของ “วิลเลี่ยน” กับ “เอด็อง อาซาร์” ที่หลุดเผาเครื่องแนวรับของเรือใบสีฟ้าเข้าไปล่อเป้าผ่านมือ “เคลาดิโอ บราโว่” ด้วยเหตุผลที่ “แนวรับของซิตี้เชื่องช้ากว่าแนวรุกของเชลซีงานนี้โทษใครไม่ได้นอกจากแนวรับตัวเองที่มีจุดบอดมากกว่า

627359938

ยิ่งไปกว่านั้น “เซร์คิโอ อาเกวโร่” ที่เกมนี้คงหงุดหงิดเพราะหลายจังหวะผู้ตัดสินเป่าไม่ให้ตัวเองและทีมตัวเองได้ประโยชน์เท่าไหร่ พอมีจังหวะก็เลยยันเข่า “ดาวิด หลุยซ์” จนถูกใบแดงจนชุลมุนเพราะนักเตะเชลซีจะเข้ามาเอาเรื่อง ก่อนที่ “เฟร์นันดิโญ่” เหมือนเอามือไปตบบนหน้า “เชส ฟาเบรกัส” จึงรับใบแดงไปตามระเบียบ ถูกแบนเป็นผลเสียต่อทีม

สุดท้ายชัยชนะนัดนี้อาจจะมองว่า “คอนเต้” ที่มาคุมทีมในอังกฤษครั้งแรกไม่ต่างจาก “เป็ป” ปรับตัวได้เร็วกว่ากับฟุตบอลสไตล์อังกฤษที่ “จังหวะ” “ความเร็ว” ต่างจากภาคพื้นยุโรป หรือ ชั่วโมงนี้ “เก๋ากว่า”แต่ยังเหลืออีกหลายแมตช์เชื่อว่ากุนซืออย่าง “เป็ป” คงต้องกลับไปทำการบ้านหลังเกมวันนี้อย่างหนักกว่าเดิมแน่นอน

                                                                             โดย แบงค์ พิพัช

CR.SANOOK.COM

พูดคุย

พูดคุย