อัพเดตข่าวสารผ่านทาง Line ไม่ตกหล่นทุกข่าวสำคัญ
Add friend ที่ ID : @korballthai

ผู้จัดการรายวัน 360 – เบื้องหลังความสำเร็จของทีม “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งประกาศศักดาคว้าโทรฟี่สมัยที่ 5 เป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลไทย ทวงบัลลังก์แชมป์ “ไทยลีก” มาครองได้สำเร็จ หลังปล่อยให้คู่แข่งตลอดกาล “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชูถ้วยเมื่อฤดูกาลก่อน นอกจากการเสริมทีมด้วยผู้เล่นต่างชาติที่แข็งแกร่งแล้ว หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ “เซาะกราว” กลับมาประสบความสำเร็จ ต้องจับจ้องไปที่ “อะคาเดมี่” ของยอดทีมจากแดนอีสานใต้ ที่ป้อนเด็กขึ้นสู่ชุดใหญ่มาแล้วหลายต่อหลายคน 

หลังสิ้นสุดเสียงนกหวีดที่ไอโมบาย สเตเดียม เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กล่าวว่า หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ทำให้ปราสาทสายฟ้าเป็นทีมที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง คือ ทีมอะคาเดมี่ที่เป็นมาตรฐานอันดับต้นๆของเมืองไทย มีเด็กผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นมาใช้งานในทีมชุดใหญ่ตลอดในช่วงหลายปีหลังสุด

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีทีมอะคาเดมี่ที่แข็งแกร่งมาโดยตลอด พวกเขามีโครงการปั้นเด็กสู่ดาวอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งและจับต้องได้ มีการวางแผนงานในทีมอะคาเดมี่อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้อำนวยการอะคาเดมี่ เฮดโค้ชของเด็กแต่ละชุด โค้ชผู้รักษาประตู รวมไปถึงโค้ชฟิตเนส ที่ทำงานกันอย่างเป็นระบบ ทุกส่วนล้วนแต่ทำงานกันเป็นทีม 

อะคาเดมี่ของทีมปราสาทสายฟ้า แบ่งเป็น 3 รุ่นใหญ่ๆ ประกอบด้วย 10-11ปี, 13-14ปี, 15-16ปี ก่อนจะขยับมาเป็นชุด 19 ปี ที่จะรวมเด็กลากยาวลงไปตั้งแต่อายุ 17 ปีขึ้นมา ซึ่งทีมชุดนี้จะเรียกว่า “บี ทีม (B-Team) ส่งแข่งขันในไทยลีก4 ฤดูกาลล่าสุดด้วย แต่จะมีบางครั้งบางคราทีมทีมบีของบุรีรัมย์ในไทยลีก4 จะเอาผู้เล่นจากทีมชุดใหญ่ลงมายืดเส้นยืดสายบ้าง 

ปัจจุบันหัวเรือใหญ่ที่นั่งแท่นผู้อำนวยการอะคาเดมี่ คือ โจเซ่ อัลเวส บอจีส อดีตเฮดโค้ชที่คลุกคลีกับวงการฟุตบอลไทยมาอย่างยาวนาน เคยพาทีม “พนักงานยาสูบ” คว้าแชมป์ไทยลีกเมื่อฤดูกาล 2547-48 และพาบีอีซี เทโรศาสน คว้าแชมป์โตโยต้า ลีกคัพ เมื่อปี 2557 ซึ่งเทรนเนอร์ชาวบราซิเลียนถูกดึงตัวเขามาสู่แดนอีสานใต้เมื่อต้นปี 2559 

โจเซ่ เข้ามาดูแลภาพรวมของทีมอะคาเดมี่ คอยวางแผนงานต่างๆ คอยสอดส่องดูเด็กๆในแต่ละชุดว่าใครคนไหนมีฝีเท้าดีพอที่จะไต่เต้าขึ้นมาสู่ทีมชุดบี และทีมชุดใหญ่ในอนาคต โดยเด็กในอะคาเดมี่ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นอกจากจะได้ฝึกซ้อมฟุตบอลกับทีมงานมืออาชีพแล้ว จะถูกส่งไปศึกษาที่โรงเรียนเทศบาล 1 (โรงเรียนบุรีราฎษร์ดุรุณวิทยา) และโรงเรียนภัทรบพิตร ในจังหวัดบุรีรัมย์ แน่นอนว่ากินฟรีอยู่ฟรีตลอดภาคเรียนการศึกษา ซึ่งแต่ก่อนทีมปราสาทสายฟ้าเคยเป็นพันธมิตรกับสวนกุหลาบวิทยาลัย แต่ปัจจุบันไม่มีโครงการดังกล่าวแล้วเนื่องจากความสะดวกในเรื่องการส่งเด็กมาสู่ทีมอะคาเดมี่ รวมถึงปัจจัยต่างๆนาๆ 

โครงสร้างหลักของอะคาเดมี่บุรีรัมย์ จะมีเฮดโค้ชของแต่ละชุดที่เป็นคนไทยคอยดูแลและควบคุมทีม ซึ่งเขาเหล่านี้จะทำงานประสานกับ โจเซ่ อัลเวส บอจีส โดยมี เปาโล โค้ชผู้รักษาประตูจะคอยดูแลในตำแหน่งนายทวารของทุกชุด และมีราฟาเอล อดีตโค้ชฟิตเนสทีมบีอีซี เทโรศาสน จะคอยทำงานเป็นผู้ช่วยของ บอจีส และดูแลในเรื่องอาหารการกินของเด็กๆ รวมถึงเป็นโค้ชฟิตเนสของทีมอะคาเดมี่อีกด้วย ซึ่งเด็กที่มีแววในแต่ละชุดจะถูกส่งขึ้นมาฝึกซ้อมกับทีมบี (ทีม U19) ที่มี อิสระ ศรีทะโร นั่งแท่นเฮดโค้ชในทีมชุดนี้ ก่อนจะคัดแข้งที่มีแววขึ้นสู่ชุดใหญ่ต่อไป 

การมีทีมอะคาเดมี่ที่เป็นระเบียบแบบแผนและมีการจัดการอย่างชัดเจนอย่างนี้ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมปราสาทสายฟ้าประสบความสำเร็จในแต่ละปี ประธานสโมสรอย่าง “เนวิน ชิดชอบ” ประกาศอย่างชัดเจนไว้แล้วว่าหลังจากนี้ทีมของเขาจะไม่ทุ่มซื้อนักเตะสัญชาติไทยอีกต่อไป เพราะทุกวันนี้ราคาในตลาดนักเตะคนไทยนั้นแพงเกินจริง บางทีมซื้อแข้งไทยเข้าทีม 15-20 ล้าน แต่ศักยภาพไม่มี พอลงไปเล่นในสนามก็แสดงผลงานที่ห่วยแตกออกมา ไม่คุ้มค่าตัว แต่การปั้นเด็กมาใช้เองแบบนี้ มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม ซึ่งในฤดูกาลหน้าบุรีรัมย์ จะดันเด็กขึ้นมาใช้งานในทีมชุดใหญ่อีกหลายต่อหลายคน 

ฤดูกาลนี้ปราสาทสายฟ้ามีเด็กๆให้ใช้หมุนเวียนในทีมชุดใหญ่และทีมชุดบี รวมๆแล้วถึง 21 คน ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี ที่เด่นชัดและคุ้นหูแฟนๆชาวไทยก็มีอย่าง “เจ้าเกม” รัตนากร ใหม่คามิ เด็กเลือดเนื้อเชื้อไขบุรีรัมย์แท้ๆ ดีกรีแชมป์ซีเกมส์ 2017 ที่มาเลเซีย “เจ้าเช็ค” สุภโชค สารชาติ ที่เพิ่งก้าวไปติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ ด้วยวัยเพียง 19 ปี หรือศุภชัย ใจเด็ด อดีตเด็กในอะคาเดมี่ “อินเตอร์ ไทยแลนด์” ของอ.สมบัติ ลีกำเนิดไทย ดีกรีทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 19ปี ถึงแม้จะไม่ใช่เด็กที่ปลุกปั้นโดยตรงของทีมปราสาทสายฟ้า แต่ถือเป็นตัวที่ยอมลงทุนซื้อเข้าทีมมาเพื่อปั้นต่อในอะคาเดมี่ของตัวเอง “นนท์” อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ เจ้าของฉายา “เมสซี่แม่ริม” ชาวจ.เชียงใหม่ ที่อยู่กับทีมมาตั้งแต่อายุ 15 

นี่คือตัวอย่างการทำทีมฟุตบอลในไทยที่วางโครงสร้างเอาไว้อย่างยอดเยี่ยม สามารถทำทีมในระยะยาวได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง นอกจากจะทำให้ทีมประสบความสำเร็จในอนาคตแล้ว ถือเป็นเรื่องดีที่ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ จะมีเด็กฝีเท้าดีขึ้นมาให้ใช้อย่างไม่ขาดสาย

ปราสาทสายฟ้า ประกาศศักดาคว้าแชมป์ลีก สมัย 5


ปราสาทสายฟ้า ประกาศศักดาคว้าแชมป์ลีก สมัย 5

เด็กในอะคาเดมี่ที่ถูกดันขึ้นสู่ทีมบี และชุดใหญ่

เด็กในอะคาเดมี่ที่ถูกดันขึ้นสู่ทีมบี และชุดใหญ่

โจเซ่ อัลเวส บอจีส ผอ.อะคาเดมี่

โจเซ่ อัลเวส บอจีส ผอ.อะคาเดมี่

เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรคนเก่ง

เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรคนเก่ง

CR.

พูดคุย

พูดคุย