มิดฟิลด์ดาวรุ่ง “เดอะ แรบบิท” เปิดใจถึงโอกาสครั้งสำคัญที่กำลังจะได้ไปค้าแข้งใจศึกเจลีก

เชาว์วัตน์ วีระชาติ กองกลางบางกอกกล๊าส เอฟซี เปิดใจถึงการเป็นว่าที่นักเตะไทยคนล่าสุดที่กำลังจะได้ไปค้าแข้งในลีกอันดับต้นๆของเอเชียอย่าง เจลีก หลัง เซเรโซ โอซาก้า ทีมพันธมิตร “เดอะ แรบบิท” เตรียมดึงตัวไปร่วมทัพในฤดูกาลหน้า
ก่อนหน้านี้ ชนาธิป สรงกระสินธ์, สิทธิโชค ภาโส และ จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ คือเหล่านักเตะแดนสยามที่ได้ไปโชว์ฝีเท้าในแดนซามูไร อีกทั้งยังสร้างชื่อจนเป็นที่ยอมรับของคนญี่ปุ่นในระยะเวลาไม่นาน ซึ่งในวันนี้มิดฟิลด์ดาวรุ่งผู้เคยอยู่กับสองมหาอำนาจลูกหนังเมืองไทยอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ บางกอกกล๊าส เอฟซี กำลังจะกลายเป็นแข้งรายที่ 4 (นับเฉพาะเจลีกยุคใหม่) ที่จะได้ไปพิสูจน์ตัวเองกับลีกที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในเอเชีย  ..และนี่คือความรู้สึกของ เชาว์วัตน์ วีระชาติ กับโอกาสครั้งสำคัญในชีวิต


“สัญญาตอนนี้ก็ไป 80 % แล้วอย่างที่คุณปวินได้บอกไปก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะได้ไปค้าแข้งที่นั่น แต่สัญญาว่าจะไปกี่เดือนก็คงต้องรอเขาคุยกันอีกที” มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวไทย เริ่มกล่าว

“ก่อนหน้านี้ได้คุยกับทางผู้จัดการที่เขายื่นข้อเสนอมาผมมองว่าถึงแม้บางคนจะบอกเป็นการตลาด แต่สำหรับมันเป็นโอกาสที่จะได้พิสูจน์ตัวเองว่าเราจะทำได้หรือเปล่ามันเป็นผลดีของเราเองด้วยว่าไปแล้วจะทำได้ไหม”

“ผมเคยไปฝึกซ้อมที่นั่นกับรุ่นน้องช่วงปรีซีซั่นได้เห็นความเป็นมืออาชีพเขาพร้อมทุกอย่างที่จะพัฒนาเด็กของเขาที่จะไปให้ไกลกว่านี้ จริงๆมันเป็นความฝันเล็กๆนะ ผมเคยฝันไว้ว่าอยากเล่นฟุตบอลแล้วติดทีมชาติแล้วก็อยากไปเล่นต่างประเทศมันก็เป็นความฝันเล็กๆที่เราเคยฝันไว้ พอวันนี้โอกาสมาถึงผมก็อยากจะทำมันให้เต็มที่”

“ตอนที่เห็นเขาไปกัน(ชนาธิป สรงกระสินธ์, สิทธิโชค ภาโส, จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์) ผมมองไม่เห็นช่องทางไหนเลยที่เราจะได้ไป อีกอย่างก็คิดว่าเรายังไม่ดีพอที่จะไปเล่นที่นั่น แต่พอวันหนึ่งโอกาสมันมาถึง ซึ่งไม่ได้มีบ่อยๆไม่ว่าตอนนี้เราจะพร้อมหรือไม่พร้อมผมก็ยินดีที่จะไป”

“ตอนนี้ที่ได้ไปกันก็มี 3 คน แล้ว ผมมองว่าต่อไปในเวทีเจลีกเขาก็น่าจะเข้ามามองนักเตะในไทยลีกมากขึ้นมันเป็นผลดีของทีมชาติด้วย เพราะนักเตะได้มีโอกาสไปเก็บประสบการณ์มาช่วยยกระดับกับทีมชาติรวมถึงฟุตบอลบ้านเราให้ดีขึ้น”

“เรื่องปรับตัว ผมว่ามันมีปัญหาแน่นอนไม่ว่าเราจะเตรียมตัวยังไง ขนาดตอนผมไปอังกฤษเตรียมตัวไปแล้วก็ยังมีปัญหาเลย แต่ดีที่ตอนนั้นไปกับเพื่อน แต่ตอนนี้ไปคนเดียวมันก็ต้องไปเรียนรู้อย่างน้อยเดือนสองเดือนเราก็น่าจะรู้อะไรเยอะขึ้น ผมมองว่าคนญี่ปุ่นเขามีวัฒนธรรมดีมากคงไม่ยากมากเมืองเขาก็น่าอยู่ด้วย”

“สำหรับผมมาถึงจุดนี้มันเกินคาดนะ มันเกินฝันเลย แต่มันก็คือความจริงที่วันนี้เรากำลังจะมีโอกาสได้ไปในจุดที่เราเคยฝันไว้ ผมว่ามันเป็นความฝันของนักฟุตบอลทุกคนที่อยากจะไปค้าแข้งต่างประเทศไม่ว่าจะทีมเล็กหรือใหญ่ แต่ขอให้ได้ไปต่างประเทศอย่างน้อยมันก็เป็นโอกาสที่หาซื้อไม่ได้ที่ไหน และมีไม่บ่อยในชีวิตของนักฟุตบอล”

“ผมคาดหวังกับการไปครั้งนี้นะ เพราะผมไม่รู้ว่าโอกาสดีๆแบบนี้มันจะมาอีกเมื่อไหร่ วันนี้ผมมีโอกาสแล้วก็จะทำมันให้เต็มที่จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จไม่รู้”

“แต่อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องมาเสียดายทีหลังว่าเราไม่ได้ทำ…” เชาว์วัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

CR.FFT

พูดคุย

พูดคุย