การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 

 รอบรองชนะเลิศ คู่สอง 

ที่สนามลุซห์นิกี้ ทีมชาติโครเอเชีย พบ ทีมชาติอังกฤษ

วันนี้ “ขุนพลตราหมากรุก” มาในระบบ 4-2-3-1 แดนกลางนำมาโดย ลูก้า โมดริช, อิวาน ราคิติช ส่วนแนวรุกใช้ อันเต้ เรบิช กับ อิวาน เปริซิช สนับสนุนหัวหอก มาริโอ มานด์ซูคิช ส่วน “ทัพสิงโตคำราม” ใช้แผน 3-5-2 มี แฮร์รี่ เคน และ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ค้ำในแดนหน้า

เริ่มเกมได้แค่ 5 นาที อังกฤษขึ้นนำ 1-0 คีแรน ทริปเปียร์ ปั่นฟรีคิกบริเวณหน้ากรอบเขตโทษบอลข้ามกำแพงลอยตุงตาข่ายอย่างสวยงาม

หลังเสียประตู โครเอเชียพยายามเดินหน้าบุก ส่วนอังกฤษก็ตอบโต้ได้น่ากลัวเป็นระยะ แต่ก็ไม่มีสกอร์เพิ่มในครึ่งแรก

ครึ่งหลังนาที 68 โครเอเชียตีเสมอ 1-1 ได้สำเร็จ ซิเม เวอร์ซัลจ์โก้ ครอสบอลเข้ามาจากด้านขวาให้ อิวาน เปริซิช วิ่งโฉบตัดหน้า ไคล์ วอล์คเกอร์ มาดีดบอลด้วยเท้าซ้ายเข้าประตูไป

ช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมหาโอกาสหวังยิงประตูขึ้นนำ แต่ก็ไม่สำเร็จทั้งคู่ จบ 90 นาทีเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษหาผู้ชนะออกไปอีก 30 นาที

นาที 109 โครเอเชียพลิกขึ้นนำ 2-1 อิวาน เปริซิช โหม่งเสยเข้าเขตโทษ มาริโอ มานด์ซูคิช วิ่งสอดมาวอลเลย์ด้วยเท้าซ้ายตุงตาข่าย

จากนั้นเป็นอังกฤษที่โหมบุกแต่ก็ตีเสมอไม่ได้ จบ 120 นาที โครเอเชียชนะ 2-1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรก โดยจะพบกับฝรั่งเศสในวันอาทิตย์ที่ 15 กรกฎาคมนี้

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามของทั้งสองทีม

โครเอเชีย (4-2-3-1) : ดานิเยล ซูบาซิช ; ซิเม เวอร์ซัลจ์โก้, เดยัน ลอฟเรน, โดมากอจ วิด้า, อิวาน สตรินิช (โจซิป พิวาริช น.95) ; อิวาน ราคิติช, มาร์เซโล่ โบรโซวิช ; อันเต้ เรบิช (อังเดรจ์ ครามาริช น.101), ลูก้า โมดริช (มิลาน บาเดลจ์ น.119), อิวาน เปริซิช ; มาริโอ มานด์ซูคิช (เวดราน ชอร์ลูก้า น.115)
โค้ช : ซลัตโก้ ดาลิช

อังกฤษ (3-5-2) : จอร์แดน พิคฟอร์ด ; แฮร์รี่ แม็คไกวร์, จอห์น สโตนส์, ไคล์ วอล์คเกอร์ (เจมี่ วาร์ดี้ น.112) ; แอชลี่ย์ ยัง (แดนนี่ โรส น.91), เจสซี่ ลินการ์ด, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (เอริค ดายเออร์ น.97), เดเล่ อัลลี่, คีแรน ทริปเปียร์ ; ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (มาร์คัส แรชฟอร์ด น.74), แฮร์รี่ เคน
โค้ช : แกเร็ธ เซาธ์เกต

ผู้ตัดสิน : คูเนย์ต ชากีร์ (ตุรกี)

พูดคุย

พูดคุย